สวัสดีครับ เมื่อวานผมไปดูหนังที่ House Samyan ที่สามย่านมา ด้วยความไม่รู้
อย่างแรกคือ ผมไม่รู้จักที่นี่มาก่อน ไม่รู้ด้วยว่ามีโรงหนังอิสระแยกออกมา ผมนึกว่ายุคนี้มีแค่ Major กับ SF เลยไปแค่สองที่นี้ แล้วเหมือนเห็นโฆษณาเรื่อง Linda Linda Linda แล้วมาเจอโรงนี้พอดี เลยวางแผนจะไปดูหลังจากเล่นฟิตเนสเสร็จที่สีลม เพราะสามย่านมันใกล้นิดเดียว แล้วเมื่อวานคือหาข้อมูลอย่างดีก่อนไปออกกำลังกาย แต่ออกกำลังกายโหดเกิน เลยไปสาย
คือผมไม่ค่อยได้ไปสามย่าน พอลง mrt ปุ้ปหาบันไดเลื่อนไม่เจอ เลยวิ่งขึ้นบันได เพราะหนังมันจะเริ่มตอน 18.40 ตอนนี้ 18.35 ละ เลยเดินไวเข้าไปในห้าง เหงื่อแตกเกือบตาย แล้วหาบันไดเลื่อนในสามย่านไม่เจออีก เลยเดินตามป้ายไปขึ้นฝั่ง North ก็ขึ้นๆไปจนชั้น 5 สรุปเจอพื้นที่โล่งๆ อ่าวขึ้นมาผิดฝั่งมันอยู่ South แต่โชคดีเพราะหันหน้าไปฝั่งขวาเจอประตูริมระเบียงนั่งชิลที่เชื่อมสองฝั่งเลยรีบเดินไป ตอนนั้น 18.50 ละ คิดว่าจองตั๋วไม่ทัน แต่ทันว่ะ ก็ซื้อแล้วเดินตามป้ายเข้าโรง 3 ไปดูเลย หนังน่าจะผ่านมา 10 นาทีละ เข้าไปงงๆ เลย
ผมอ่านรีวิวมาเขาบอกฟีลดูหนังที่บ้าน แต่สำหรับผมมันเหมือนดูหนังในโรงใหญ่ๆเหมือนเดิม ไม่ได้รู้สึกเหมือนอยู่บ้าน + แอร์หนาวมาก ผมประทับใจมากโรงหนังนี้ ทั้งใกล้บ้าน แถมมีหนังดีๆ นอกกระแสมาอีก โอโหเข้า gap เลย จะมาทุกวันเลย 5555 ล่าสุดสมัครสมาชิกไปละ เหมือนเดินตกหลุมพลางโรงหนังนี้แล้ว อยากไปดูทุกวันเลยช่วงนี้
ต่อไปมารีวิว Linda Linda Linda และ Scarlet ต่อ
เมื่อวานดู Linda Linda Linda (2005) เป็นหนังที่ Simple มากๆ ไม่มีความเว่อ ทุกอย่างเมกเซ้น ทุกอย่างผมสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องฝืน มันไม่เหมือนหนังแต่เป็นสารคดี 3 วันของวงดนตรีหนึ่งที่วงแตก แล้วต้องหานักร้องด่วน เลยไปดึงนักเรียนแลกเปลี่ยนเกาหลีมาที่พูดญี่ปุ่นไม่ค่อยจะรู้เรื่อง แต่ต้องมาร้องเพลง 3 เพลงเพื่อวันแสดง
แล้วมันคือสุดยอดมาก การแสดง เพลง มุมกล้อง ฉาก คือแบบทุกอย่างมันเป็นธรรมชาติมากๆ ที่ชอบที่สุดคือมุมกล้องที่มันชอบแช่ฉากแปลกๆไว้ให้เราดู เช่นฉาก portrait บนเวทีของซง มันแบบสวยอ่ะ ไม่มีไรเลย พื้นหลังสีขาว ซงยืนตรงกลาง เรียบง่ายมาก แต่มันดูทรงพลังสุดๆ เนื้อเรื่องไม่มีไรเลยทำให้เราไม่ต้องโฟกัสเนื้อเรื่อง แล้วไปโฟกัสจุดอื่นแทน อย่าง ost ก็น้อยมากๆ เลยทำให้ดูเรียลไปอีก
ความไม่เพอเฟคของการแสดง การซ้อม ต่างๆ เรื่องนี้ชอบ Long take แล้วบางทีพวกผู้หญิงขำกันอ่ะ ผมไม่รู้ว่าขำจริงหรือการแสดงเพราะมันเป็นการแสดงที่สมจริงมากๆ อย่างซงนี่สุดยอดมาก การตลกหน้าตาย และคนอื่นๆ ก็แสดงได้เยี่ยมมาก ผมเลยให้เรื่องนี้ 4.5/5

ต่อไปเป็นเรื่อง Scarlet (2025) เป็นเรื่องที่พึ่งดูมาเลยวันนี้สดๆ หลังจากสมัครสมาชิกได้ตั๋วฟรีมาก็ต้องเข้าไปหาหนังดูฟรีสิจ้ะ แล้วผมสุ่มได้ Scarlet เพราะมันเท่ดี ปกหนัง ไม่รู้เนื้อเรื่อง ไม่ดู trailer ด้วย เป็นอนิเมชั่นที่รู้สึกเหมือนจะทำให้ดูมีอะไร แต่มันไม่มีไรอ่ะ ภาพสวยแต่ข้างในมันโหวงเหวงมากๆ เนื้อเรื่องโอเค หาได้ทั่วไป ล้างแค้นๆ พอไปเจอตัวร้ายปล่อยวาง อยากให้มันดิบๆกว่านี้ เถื่อนๆอ่ะ แล้ว setting มันคือแบบโลกที่คนเป็นกะคนตายมาอยู่ด้วยกัน จากทุกช่วงเวลามา แต่มันเล่นตรงนี้น้อยไปหน่อย
ภาพสวยมากๆ สมกับยุคนี้ มีการผสม 3D + 2D เข้าด้วยกัน แบบบางฉากมัน 2D บางฉากมัน 3D ไรงี้ หรืออาจจะ 3D หมดเลยก็ได้แต่ผมแยกไม่ออก และเสียงคือดีมาก กระหึ่มโรง ตอนมังกรโผล่มาลำโพงแม่งสั่นนึกว่าจะพัง เพลงไม่ติดหูนะ แต่ผมว่าโอเคอยู่

ไอฉากเต้นในโลกปัจจุบันใส่มาทำไมตั้ง2นาที ค่อนข้างไม่มีความหมายใดๆ นอกจากนางเอกเหนตัวเองมีความสุข แทนที่จะมาดูตัวมันเต้นเนี่ย ไอส่วนตรงนั้นให้มันพัฒนาความสัมพันธ์ตัวเอกกะนางเอกดีกว่า
รวมๆให้ 3/5 เพราะมันก็ดูเพลินๆอยู่ ไม่ได้แย่ ไม่ได้ดีเยี่ยม รวมๆโอเคกับหนังที่สุ่มเข้าไปดูแบบมั่วๆ และจะไปดูหนังมั่วๆเหมือนเดิมเพราะมีตั๋วฟรี อิอิ


