Life

Being Average is Okay or Not

21 มี.ค. 2569 00:49 น.
By snui1s
Being Average is Okay or Not

ชีวิตธรรมดา มันพอไหม หรือแค่ยังไม่กล้าถามตัวเอง

สวัสดีครับผม วันนี้มาเขียนบทความสั้นๆไวๆ เกี่ยวกับเรื่องมั่วๆที่ผมไปเห็นมาใน Youtube นะครับ อันนี้เหมือนเป็นโน้ตที่จดไว้ให้ตัวเองอ่านนะเพราะเป็นคนขี้ลืม จึงมาเขียนไว้ในนี้ เผื่อใครอยากอ่านนะจ้ะ

Anthony Bourdain หนึ่งในตัวอย่างของเราในวันนี้ คือเขาเป็นเชฟที่อาชีพมั่นคงมากๆ จนแบบหลายๆคนน่าจะอยากอยู่จุดเดียวกับเขา แต่เขาอยากเขียนหนังสือ เขาเลยไปลองเขียนดูแต่มันไม่รุ่ง ไม่ดัง ทำให้อีโก้ของเขาพยายามสร้างเกราะป้องกันว่า เห้ยพอเหอะ กลับไปทำครัวต่อดีกว่า ไม่เห็นต้องมาเสียเวลาเขียนเลย แต่เขาก็ยังคงเขียนต่อไป จนกระทั่งเขียนบทความชื่อ Don't Eat Before Reading This ให้ทาง The New Yorker โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะได้ไหม และบทความนั้นก็ทำให้เขาได้สัญญากับ The New Yorker จนเขียนเล่มชื่อ Kitchen Confidential ออกมาได้และกลายเป็น New York Times Bestseller ในที่สุด

อย่างแรกเลยคือคนธรรมดากับคนพิเศษต่างกันยังไง ความมั่นคงทางอาชีพหรือมีครอบครัว อาจจะไม่ใช่ทั้งคู่ครับ มันคือความกล้าที่จะลองทำไรสักอย่าง ง่ายๆก็ถ้าเลิกงานแล้วหาข้าวกินคนส่วนใหญ่ก็จะกินร้านเดิมๆ ไม่ลองไปซอยใหม่ๆ หาร้านใหม่ๆกิน เพราะกลัวไม่อร่อย หรือความขี้เกียจเข้าครอบงำ ถ้าเราไม่กินอาหารที่แย่ ก็คงไม่เจออาหารที่ดี เปรียบกับคุณแอนโทนี่ที่จะเป็นเชฟทำอาหารไปตลอดก็ได้แต่เขาเลือกที่จะลองเขียนหนังสือดู มันก็ต้องเจอช่วงเวลาแย่ๆบ้างแหละ แต่ในที่สุดถ้ามีความพยายาม ปรับตัว วินัย คุณก็จะไปสู่จุดที่ต้องการได้

Ego คือสิ่งที่ปกป้องคุณจากความล้มเหลวได้ด้วยข้ออ้างต่างๆ ทำให้คุณไม่สามารถเป็นตัวคุณแบบ final form ได้ ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ล้วนมีอีโก้ทางบุคลิกอยู่แล้ว เป็นกำแพงข้างหน้า หรือหน้ากากที่เราใส่ตอนเข้าสังคมนั่นเอง มันช่วยทำให้คุณเสียหน้าไม่ได้ คุณต้องเก่งตลอดเวลา ดูดีตลอดเวลา ซึ่งมันดีหรือไม่ดีนะ ถ้าเราลองถอดหน้ากากความอีโก้ลง คุณอาจจะค้นพบไรใหม่ๆ หรือได้แลกเปลี่ยนอะไรใหม่ๆได้ ขอแค่คุณลองดู อาจจะแค่เปลี่ยนน้ำเสียง หรือเปลี่ยนกิริยาท่าทางตัวเองดู แค่นั้นก็พอแล้วครับ

คุณสู้กับตัวคุณเองอยู่ คุณสู้กับความคิดตัวเองมาตลอดชีวิต แค่อาจจะยังไม่รู้ตัว เช่น กลัวอ่ะไม่กล้าทำ ขี้เกียจทำอ่ะ เดี๋ยวค่อยทำ ถ้ามันเป็นอย่างงั้นคุณโทษได้แค่ตัวเองนะ รับผิดชอบทางเลือกตัวเองด้วย เพราะคุณคือคนเลือกเอง อำนาจจะไหลไปตามสิ่งที่คุณโทษ เช่น คุณโทษคนอื่น แปลว่าคุณยกอำนาจให้คนอื่นเขาคุมชีวิตคุณอยู่นะ

ความตาย คือจุดสูงสุดที่มนุษย์ทุกคนจะต้องไปถึง แล้วถ้าถึงจุดนั้นคุณจะเสียใจหรือดีใจ ว่าใช้ชีวิตคุ้มแล้วว่ะ หรือเราน่าจะทำสิ่งนั่นนะ มีวิธีแก้ง่ายมากที่จะให้คุณไม่เสียใจคือออกจาก comfort zone เดี๋ยวนี้ ลองทำสิ่งใหม่ๆ คุณจะนั่งออฟฟิศอย่างเดียวทำงานจนแก่เลยหรอ ไม่ใช่ดิ ต้องลองหาอย่างอื่นทำด้วย เช่น ขายของ ทำธุรกิจ ลงทุน บลาๆ มีเยอะแยะมากมาย หรือทำงานอดิเรกที่ชอบทำตอนเด็กไปด้วย แบบวาดรูป เขียนหนังสือ หรืองานไม้ง่ายๆ ปลูกผัก ความสุขมันหาได้จากของพวกนี้หมดเลย อยู่ที่คุณกล้าที่จะทำรึเปล่า

แล้วก็วนกลับมาที่คำถามเดิม being average is okay or not ส่วนตัวผมว่ามันไม่มีคำตอบจริงๆหรอก บางคนมีความสุขดีกับชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ได้แปลว่าผิด แต่ถ้ามีเสียงเล็กๆ ข้างในที่รู้สึกว่ายังมีอะไรอีกที่อยากทำ นั่นแหละคือสัญญาณที่ควรฟัง คำถามจริงๆ ไม่ใช่ว่า average โอเคไหม แต่คือ average แบบนี้โอเคสำหรับคุณไหม?

ส่วนตัวผมคือ not okay ทั้งชีวิตการเรียนผมพยายามดันตัวเองสุดๆ เพื่อให้โดดเด่นกว่าใคร เพราะตอนมัธยมผมเรียนได้แย่มากๆ เกือบที่โหล่ตลอด ผมอยากลองไปถึงจุดสูงๆบ้าง แต่ค้นพบว่าตัวเองไม่ชอบอ่านหนังสือเรียน ผมเลยไปเรียน ปวชแทน แล้วค้นพบว่ามาถูกทางสุดๆ ตอนมหาลัยเลยไป IT แล้วค้นพบว่าตัวเองตึงพอสมควร แต่มีคนตึงกว่าเยอะแยะ เทคนิคที่ใช้เลยคือเอาตัวเองไปแข่งกับคนเหล่านั้น และพยายามทำเกรดให้ดีกว่า แต่พอนานๆเข้าเริ่มหมดไฟและไม่ค่อยมีความสุข เลยพยายามไม่แข่งแต่รักษามาตรฐานแทน ซึ่งค้นพบว่ามันมีความสุขกว่าแต่ก่อนเพราะมันสบายกว่า แต่ก็ชอบตอนที่เข้า Flow เหมือนกันนะ ผมอยากให้ทุกคนลองเกิน average หน่อยและตั้งใจทำไรสักอย่างขึ้นมา ส่วนตัวผมไม่น่าเกิน average หรอกคนบนโลกมีเป็นพันล้านจะสู้กะใครไหว

บทความนี้ผมเขียนเพื่อให้ตัวเองได้ตกผลึกเรื่องนี้อย่างแท้จริง ขอบอกก่อนว่าผมไม่ใช่ผู้ประสบความสำเร็จไร ผมพึ่งเรียนจบและไม่มีงานทำด้วยซ้ำ แต่ผมอยากให้คนที่ทำงานได้ลองคิดในเรื่องนี้ดู ทุกวันนี้เราเดินขึ้น mrt ไปทำงานทุกวัน เหมือนเราติดคุกอยู่ในระบบอะไรสักอย่างไหม หรือเราจะแหกคุกออกมาทำอะไรสักอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

Comments

ล็อกอินด้วย Google เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนะจ๊ะ

เชื่อมต่อหัวใจผ่านตัวอักษร

เม้นแรกเป็นของคุณแล้ว

แนะนำให้อ่านต่อ

สำรวจเรื่องราวอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

5 Centimeters per Second
Film

5 Centimeters per Second

อนิเมะ 1 ชม. ที่ทำให้หม่นไปสองวัน (Spoilers)

15 ก.พ. 2569
The Garden of Words
Film

The Garden of Words

Anime Movie 46 นาทีที่ฝังในใจไปอีก 46 ปี (No Spoilers)

10 ก.พ. 2569
ทำไมต้อง Shiori?
Tech

ทำไมต้อง Shiori?

ที่คั่นหนังสือดิจิทัลสำหรับบันทึกโค้ด ความเหงา และข้าวแถวสีลม

4 ก.พ. 2569