Film

The Garden of Words

10 ก.พ. 2569 23:53 น.
By snui1s
The Garden of Words

Anime Movie 46 นาทีที่ฝังในใจไปอีก 46 ปี (No Spoilers)

The Garden of Words ผลงานจาก Makoto Shinkai หรือผู้แต่ง Your Name ที่สุดจะโด่งดังนั่นเอง หนังเรื่องนี้ออกมาในปี 2013 และเป็นหนังเรื่องแรกที่จะรีวิวลงมาในนี้เพราะว่ามันสั้น และผมชอบสุดๆ 4/5 ดาว ไปเลย

ด้านเนื้อเรื่อง

จะเกี่ยวกับ นักเรียนชายชื่อ Takao มันชอบโดดเรียนไปสวนกลางโตเกียวตอนฝนตก และเผอิญมีคนชอบโดดงานมานั่งที่สวนเหมือนกันเป็นผู้หญิงวัยทำงานชื่อ Yukino โดยช่วงนั้นฝนตกบ่อยมาก สองคนนี้ก็ยิ่งมาเจอกันแทบทุกวัน จนสนิทสนมกันเรื่อยๆ เนื้อเรื่องคร่าวๆประมาณนี้ เนื้อเรื่องค่อนข้างเคี้ยวง่ายและแอบเศร้า แต่มันอิ่มเอม 46 นาทีมากๆ การเดินเรื่อง pacing ดีไม่ได้รีบ ฉากที่สวยๆมันก็แช่ให้เราดูนานๆ ยิ่งดูยิ่งรู้สึกว่าหนังมันนานเกิน 46 นาที

ด้าน Visual & Soundtrack

ผมชอบมาก มันสมูธสุดๆ สวยมากสำหรับหนัง 2013 เรื่องของธีมสี รู้สึกเลยว่าตอนพระเอกมันมาสวนหรืออยู่กับนางเอกสีมันจะสดๆสวยๆ แต่พออยู่โรงเรียนหรือรถไฟฟ้าแม่งดูหม่นๆ เหมือนขาดเธอไปชีวิตมันขาดสีสันจริงๆ และสวนที่สวยมากๆอยากไปเลย

ด้านเพลงชอบเหมือนกันถึงจะไม่ติดหูและมีไม่เยอะแต่ส่วนใหญ่เป็นเปียโนมันจึงส่งอารมณ์ได้ดี ฟังชิลๆ เข้ากับบรรยากาศฝนตกจริงๆ เพลงตอนจบนี่ดีเลยตรงกับเนื้อเรื่อง (ไม่เหมือนเรื่อง 5cm/s ตอนจบฟังเพลงไม่ทันจริงกับ montage ตอนท้าย)

และที่ชอบที่สุดคือเพลง Kashiwa Daisuke - A Rainy Morning โดยเพลงมีเวลาเพียง 50 วิ โดยแนะนำให้ไปนั่งฟังมาก่อน 50 วิเอง แล้วมาอ่านต่อนะ คือเพลงมันอ่ะ จะเริ่มมาด้วยทำนองช้าๆ พอกลางๆเริ่มอัดโน้ตเข้ามาละ ซึ่งมันตรงกับเนื้อเรื่องเป๊ะๆเลย ไม่รู้ว่าเขาตั้งใจป่าวนะ หรือว่าไง แบบตอนแรกเนื้อเรื่องจะช้าๆ ลูปๆ พอกลางเรื่องเริ่มมาละ ท้ายเรื่องถล่มมาเลย แล้วก็เฟดจบเพลงอะไรงี้ เป็น detail ที่ผมชอบมากๆ

ด้าน Symbolism

นัยยะต่างๆที่หนังมันใส่เข้ามาในเวลาที่จำกัดแต่ทรงพลัง มีที่พูดไปแล้วคือ เกรดสีของเรื่องนี้ที่เวลาอยู่กับนางเอกสีมันจะสดๆ และถ้าไม่ได้อยู่ก็จะหม่นๆ หรือนัยยะเรื่องรองเท้า ฝน สวนกลางโตเกียว ช็อกโกแลตกับเบียร์ กลอน อะไรประมาณนั้น น่าจะมีเยอะกว่านี้แต่ผมไม่ได้สังเกต อยากให้ลองไปแกะเองเพราะมันสนุกมากที่ได้นั่งแกะนัยยะของเรื่องนี้

สุดท้ายคือศีลธรรมของเด็ก 15 กับผู้ใหญ่ 27 ที่มันห่างกันพอสมควรแล้วหนังไม่ได้ judge สองคนนี้ว่าแปลก ไม่ได้บังคับให้มันต้องรักกัน ซึ่งมันทำซีนจบออกมาได้สวยงาม จบได้ดีมากๆ และเรียลสุดๆ เป็นการใช้เวลาคุ้มค่า 46 นาทีที่สุดมากๆ

ทำไมถึงให้ 5/5

  1. ภาพสวย อนิเมชั่นดี และแต่ละฉากมีความหมายของมัน ผมเป็นคนสังเกตสิ่งต่างๆ และเวลาเจอฉากแรนด้อมก็จะคิดว่าไอชินไคมันจะใส่มามั่วๆหรอ มันต้องมีเหตุผลนะ ประมาณนั้นซึ่งมันมีจริงๆ

  2. การดำเนินเรื่องดี ไม่ได้รีบ ไม่ได้ช้า โอเคเลย และเนื้อเรื่องย่อยง่ายและค่อนข้างสมจริง ดูแล้วอยากหยุดงานเลย

  3. ตัวละครทั้งสองตัวมีมิติมากๆ แต่มันไม่ได้พูดออกมาซะทีเดียว แต่จะแสดงออกผ่านการกระทำ สีหน้า ในฉากสุดท้ายนี่ว้าวสุดๆ

  4. นัยยะที่มันใส่ไว้แม่งดีมาก ไม่ได้ใส่มามั่วๆ มันตั้งใจใส่มาจริงๆ

  5. อาจจะ recency bias 5555 มาดูอีกปีนึงอาจจะให้ 4.5 หรือ 4 ก็ได้ใครจะรู้ พึ่งไปดู 5cm/s มาแล้วมาเจอเรื่องนี้ต่อ อาจจะเป็นเหมือนการล้างบาปก็ได้ เลยให้คะแนนเยอะ

ถ้าคุณยังไม่ดูไปหาดูครับ อ่านถึงแค่นี้ก็ได้ครับ ถ้าอยากอ่านสปอยเชิญต่อ แต่ถ้าไม่อ่านแล้วอยากไปดูเองก็แนะนำสุดๆครับ

SPOILER

ต่อไปเป็นสปอยตอนจบ ถ้ายังไม่ดูอย่าพึ่งอ่านนะจ้ะ

ตอนจบในฉากบันไดนี่สุดยอดมากๆ หนังมันเงียบมาเรื่อยๆ แบบค่อยๆเนื้อเรื่องค่อยๆเดินมาใช่ไหม แล้วอยู่ๆวิ่งเลย วิ่งจริงๆ นางเอกแม่งวิ่งไปหาพระเอก แถมสะดุดตกบันไดอีก พอมาเจอพระเอก พระเอกก็ด่าจากใจเลย แต่เป็นการด่าที่แบบด่าด้วยความเสียใจอ่ะ ด่าว่าแบบรู้อยู่แล้วว่าเป็นนักเรียน ทำไมไม่ยอมพูดไรสักอย่างจนพระเอกมันรักไปแล้ว นางเอกก็เข้ามากอดแล้วพูดขอโทษไรว่ากันไป จริงๆมีกว่านี้แต่ฉากนั้นสวยมาก ทั้งเสียง ภาพ สุดยอดมาก

การสลับบทจากอาจารย์มาเป็นคนที่เดินต่อไม่เป็นเพราะโดนข่าวลือ มาเป็นคนที่ต้องให้พระเอกช่วยทำให้เดินต่อได้เป็นนัยยะของรองเท้าที่พระเอกมันพยายามจะทำ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ให้นะ ต่างคนต่างเดินไปต่อ ในแต่ละทางของตัวเอง ซึ่งหนังทำตอนจบออกมาดีมาก ชอบมาก มันต้องงี้แหละ

คำว่ารักในเรื่องนี้ มันไม่ใช่แบบต้องคบกัน ต้องมีเวลาให้กัน มันเหมือนเป็นแค่แบบช่วยพยุงกันและกันในวันที่ลำบาก หรือช่วยให้คนคนนึงที่ไปต่อไม่ไหว ไปต่อได้ไรงั้น เป็นความรักอีกแบบนึงที่หนังสื่อออกมาได้เจ๋งมากๆ ถ้ามาดูอีกรอบก็อยากจะชอบหนังเรื่องนี้เหมือนเดิม

และสุดท้ายอีกครั้งเพลงตอนท้ายนี้เข้ากับเนื้อเรื่องสุดๆ ฉาก montage บลาๆ สุดท้ายพระเอกก็ทำรองเท้าให้นางเอกเสร็จแต่นางเอกไม่อยู่เพื่อที่จะได้ใส่แล้วเพราะนาง move on ไปแล้ว พระเอกก็ทำเพื่อรำลึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่มาทำให้ชีวิตของเขามีความสุขในวันที่ฝนตก

Comments

ล็อกอินด้วย Google เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนะจ๊ะ

เชื่อมต่อหัวใจผ่านตัวอักษร

เม้นแรกเป็นของคุณแล้ว

แนะนำให้อ่านต่อ

สำรวจเรื่องราวอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

Being Average is Okay or Not
Life

Being Average is Okay or Not

ชีวิตธรรมดา มันพอไหม หรือแค่ยังไม่กล้าถามตัวเอง

21 มี.ค. 2569
ทำไมต้อง Shiori?
Tech

ทำไมต้อง Shiori?

ที่คั่นหนังสือดิจิทัลสำหรับบันทึกโค้ด ความเหงา และข้าวแถวสีลม

4 ก.พ. 2569