The Garden of Words ผลงานจาก Makoto Shinkai หรือผู้แต่ง Your Name ที่สุดจะโด่งดังนั่นเอง หนังเรื่องนี้ออกมาในปี 2013 และเป็นหนังเรื่องแรกที่จะรีวิวลงมาในนี้เพราะว่ามันสั้น และผมชอบสุดๆ 5/5 ดาว (ณ ตอนนี้) ไปเลย
ด้านเนื้อเรื่อง
จะเกี่ยวกับ นักเรียนชายชื่อ Takao มันชอบโดดเรียนไปสวนกลางโตเกียวตอนฝนตก และเผอิญมีคนชอบโดดงานมานั่งที่สวนเหมือนกันเป็นผู้หญิงวัยทำงานชื่อ Yukino โดยช่วงนั้นฝนตกบ่อยมาก สองคนนี้ก็ยิ่งมาเจอกันแทบทุกวัน จนสนิทสนมกันเรื่อยๆ เนื้อเรื่องคร่าวๆประมาณนี้ เนื้อเรื่องค่อนข้างเคี้ยวง่ายและแอบเศร้า แต่มันอิ่มเอม 46 นาทีมากๆ การเดินเรื่อง pacing ดีไม่ได้รีบ ฉากที่สวยๆมันก็แช่ให้เราดูนานๆ ยิ่งดูยิ่งรู้สึกว่าหนังมันนานเกิน 46 นาที
ด้าน Visual & Soundtrack
ผมชอบมาก มันสมูธสุดๆ สวยมากสำหรับหนัง 2013 เรื่องของธีมสี รู้สึกเลยว่าตอนพระเอกมันมาสวนหรืออยู่กับนางเอกสีมันจะสดๆสวยๆ แต่พออยู่โรงเรียนหรือรถไฟฟ้าแม่งดูหม่นๆ เหมือนขาดเธอไปชีวิตมันขาดสีสันจริงๆ และสวนที่สวยมากๆอยากไปเลย
ด้านเพลงชอบเหมือนกันถึงจะไม่ติดหูและมีไม่เยอะแต่ส่วนใหญ่เป็นเปียโนมันจึงส่งอารมณ์ได้ดี ฟังชิลๆ เข้ากับบรรยากาศฝนตกจริงๆ เพลงตอนจบนี่ดีเลยตรงกับเนื้อเรื่อง (ไม่เหมือนเรื่อง 5cm/s ตอนจบฟังเพลงไม่ทันจริงกับ montage ตอนท้าย)
และที่ชอบที่สุดคือเพลง Kashiwa Daisuke - A Rainy Morning โดยเพลงมีเวลาเพียง 50 วิ โดยแนะนำให้ไปนั่งฟังมาก่อน 50 วิเอง แล้วมาอ่านต่อนะ คือเพลงมันอ่ะ จะเริ่มมาด้วยทำนองช้าๆ พอกลางๆเริ่มอัดโน้ตเข้ามาละ ซึ่งมันตรงกับเนื้อเรื่องเป๊ะๆเลย ไม่รู้ว่าเขาตั้งใจป่าวนะ หรือว่าไง แบบตอนแรกเนื้อเรื่องจะช้าๆ ลูปๆ พอกลางเรื่องเริ่มมาละ ท้ายเรื่องถล่มมาเลย แล้วก็เฟดจบเพลงอะไรงี้ เป็น detail ที่ผมชอบมากๆ

ด้าน Symbolism
นัยยะต่างๆที่หนังมันใส่เข้ามาในเวลาที่จำกัดแต่ทรงพลัง มีที่พูดไปแล้วคือ เกรดสีของเรื่องนี้ที่เวลาอยู่กับนางเอกสีมันจะสดๆ และถ้าไม่ได้อยู่ก็จะหม่นๆ หรือนัยยะเรื่องรองเท้า ฝน สวนกลางโตเกียว ช็อกโกแลตกับเบียร์ กลอน อะไรประมาณนั้น น่าจะมีเยอะกว่านี้แต่ผมไม่ได้สังเกต อยากให้ลองไปแกะเองเพราะมันสนุกมากที่ได้นั่งแกะนัยยะของเรื่องนี้
สุดท้ายคือศีลธรรมของเด็ก 15 กับผู้ใหญ่ 27 ที่มันห่างกันพอสมควรแล้วหนังไม่ได้ judge สองคนนี้ว่าแปลก ไม่ได้บังคับให้มันต้องรักกัน ซึ่งมันทำซีนจบออกมาได้สวยงาม จบได้ดีมากๆ และเรียลสุดๆ เป็นการใช้เวลาคุ้มค่า 46 นาทีที่สุดมากๆ

ทำไมถึงให้ 5/5
ภาพสวย อนิเมชั่นดี และแต่ละฉากมีความหมายของมัน ผมเป็นคนสังเกตสิ่งต่างๆ และเวลาเจอฉากแรนด้อมก็จะคิดว่าไอชินไคมันจะใส่มามั่วๆหรอ มันต้องมีเหตุผลนะ ประมาณนั้นซึ่งมันมีจริงๆ
การดำเนินเรื่องดี ไม่ได้รีบ ไม่ได้ช้า โอเคเลย และเนื้อเรื่องย่อยง่ายและค่อนข้างสมจริง ดูแล้วอยากหยุดงานเลย
ตัวละครทั้งสองตัวมีมิติมากๆ แต่มันไม่ได้พูดออกมาซะทีเดียว แต่จะแสดงออกผ่านการกระทำ สีหน้า ในฉากสุดท้ายนี่ว้าวสุดๆ
นัยยะที่มันใส่ไว้แม่งดีมาก ไม่ได้ใส่มามั่วๆ มันตั้งใจใส่มาจริงๆ
อาจจะ recency bias 5555 มาดูอีกปีนึงอาจจะให้ 4.5 หรือ 4 ก็ได้ใครจะรู้ พึ่งไปดู 5cm/s มาแล้วมาเจอเรื่องนี้ต่อ อาจจะเป็นเหมือนการล้างบาปก็ได้ เลยให้คะแนนเยอะ
ถ้าคุณยังไม่ดูไปหาดูครับ อ่านถึงแค่นี้ก็ได้ครับ ถ้าอยากอ่านสปอยเชิญต่อ แต่ถ้าไม่อ่านแล้วอยากไปดูเองก็แนะนำสุดๆครับ
SPOILER
ต่อไปเป็นสปอยตอนจบ ถ้ายังไม่ดูอย่าพึ่งอ่านนะจ้ะ
ตอนจบในฉากบันไดนี่สุดยอดมากๆ หนังมันเงียบมาเรื่อยๆ แบบค่อยๆเนื้อเรื่องค่อยๆเดินมาใช่ไหม แล้วอยู่ๆวิ่งเลย วิ่งจริงๆ นางเอกแม่งวิ่งไปหาพระเอก แถมสะดุดตกบันไดอีก พอมาเจอพระเอก พระเอกก็ด่าจากใจเลย แต่เป็นการด่าที่แบบด่าด้วยความเสียใจอ่ะ ด่าว่าแบบรู้อยู่แล้วว่าเป็นนักเรียน ทำไมไม่ยอมพูดไรสักอย่างจนพระเอกมันรักไปแล้ว นางเอกก็เข้ามากอดแล้วพูดขอโทษไรว่ากันไป จริงๆมีกว่านี้แต่ฉากนั้นสวยมาก ทั้งเสียง ภาพ สุดยอดมาก
การสลับบทจากอาจารย์มาเป็นคนที่เดินต่อไม่เป็นเพราะโดนข่าวลือ มาเป็นคนที่ต้องให้พระเอกช่วยทำให้เดินต่อได้เป็นนัยยะของรองเท้าที่พระเอกมันพยายามจะทำ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ให้นะ ต่างคนต่างเดินไปต่อ ในแต่ละทางของตัวเอง ซึ่งหนังทำตอนจบออกมาดีมาก ชอบมาก มันต้องงี้แหละ

คำว่ารักในเรื่องนี้ มันไม่ใช่แบบต้องคบกัน ต้องมีเวลาให้กัน มันเหมือนเป็นแค่แบบช่วยพยุงกันและกันในวันที่ลำบาก หรือช่วยให้คนคนนึงที่ไปต่อไม่ไหว ไปต่อได้ไรงั้น เป็นความรักอีกแบบนึงที่หนังสื่อออกมาได้เจ๋งมากๆ ถ้ามาดูอีกรอบก็อยากจะชอบหนังเรื่องนี้เหมือนเดิม
และสุดท้ายอีกครั้งเพลงตอนท้ายนี้เข้ากับเนื้อเรื่องสุดๆ ฉาก montage บลาๆ สุดท้ายพระเอกก็ทำรองเท้าให้นางเอกเสร็จแต่นางเอกไม่อยู่เพื่อที่จะได้ใส่แล้วเพราะนาง move on ไปแล้ว พระเอกก็ทำเพื่อรำลึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่มาทำให้ชีวิตของเขามีความสุขในวันที่ฝนตก


