สวัสดีครับ วันนี้อารมณ์เศร้าๆเลยอยากมีพูดถึงความเจ็บปวดถึงการมีชีวิตอยู่ จะเป็นการพูดรวมๆเกี่ยวกับทุกอย่างที่อยู่ในหัวผม ณ ตอนนี้ และหลังจากดู about time มาด้วย ก็เลยอยากพิมพ์อะไรสักอย่างเก็บโมเม้นอันนี้ไว้อ่าน
1.ความเจ็บปวดของการอยู่คนเดียว เป็น 1 ในสิ่งที่หลายๆคนน่าจะเจอกับการอยู่คนเดียว และการรอ message เด้งมา การที่เราอยู่คนเดียวมันทำให้หัวเราแล่นไปเรื่องต่างๆเช่น ความผิดพลาดในอดีต หรือนั่งคิดเกี่ยวกับอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นต่างๆนาๆ
มันทำให้แบบบางทีเราก็เศร้ากับความจริงที่ว่า ตอนตายเราก็ต้องตายคนเดียว หรือในอนาคตอาจจะอยู่คนเดียว หรือการเลิกรา หรือความสูญเสียที่ทำให้เรายิ่งอยู่คนเดียวไปอีก มันทำให้ผมคิดได้ว่าการมีเพื่อนอยู่ ณ ปัจจุบันมันเหมือนเป็นตัวช่วยชั่วคราวที่ทำให้เราสามารถหลุดออกจากความเจ็บปวดนี้ได้ แต่ไม่ใช่ว่าเป็นสิ่งที่แย่ เพราะหลายๆสิ่งก็ต้องการเพื่อน ไม่ใช่เราจะอยู่ตัวคนเดียวได้ตลอด อันนี้เป้นข้อยกเว้นนะ
แต่สุดท้ายคุณก็ต้องอยู่คนเดียว แม้ตอนนอน ตอนทำงานหรือตอนอาบน้ำ คุณจึงควรหัดอยู่คนเดียวให้ได้ แม้ในสถานการณ์นั้นๆมันจะยากแค่ไหน อย่างเช่นการไปเที่ยวคนเดียว ดูหนังคนเดียว ไปคอนคนเดียว หรือไปนั่งกินข้าวคนเดียว และจงรักคนคนนึงให้มากๆ
นั่นก็คือ ตัวคุณนั้นแหละ
รักตัวเองมันจะไปยากอะไร คุณอาจแล้วอ่านจะคิดว่ามันง่ายๆ แต่หลายๆคนก็อาจจะลืมรักตัวเองไป อย่างเช่น การรักษาตัวเอง ทำตามใจตัวเอง พักผ่อนเยอะๆ กินของดีๆ หรือ เอาควบคุมเวลาใน 1 วันให้ได้มากที่สุด หรือแค่แบบคุณใช้ชีวิตวันพรุ่งนี้ให้เป็นวันสุดท้ายจริงๆ เป็นวันสุดท้ายที่แบบคุณอยากทำอะไรก็ทำไม่กลับมาเสียดาย อย่างนั้นก็รักตัวเองแล้ว ในความคิดของผมนะ หลังจากที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าไม่รักตัวเองเลย ยอมคนง่ายๆ หรือแบบกินเพื่อให้อิ่มไปแค่นั้น หรือแม้กระทั่งซื้อเสื้อผ้ายังให้คนอื่น recheck เหมือนผมแคร์ภาพลักษณ์ตัวเองมากเกินไป หลังจากนี้อยากให้รักตัวเองเยอะๆ ดูแลตัวเองดีๆ เป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของตัวเองนะ
และมันเป็นจุดเริ่มต้นให้คุณสามารถไปรักคนอื่นได้ด้วย
ความรักฉบับของผมคือ การบังแดดให้คนที่รัก การเล่าเรื่องอะไรก็ได้ที่อยากเล่า การแคร์ความรู้สึก ปลอบเวลาเขาเศร้า เป็นห่วงตอนเขาไม่สบายหรือกลับบ้านคนเดียว การพยายามทำอาหารที่เขาชอบให้กิน การแชร์โมเม้นต่างๆด้วยกัน หวังว่าเขาจะมีความสุขแม้มีเราหรือไม่มีก็ตาม ใส่ใจ ช่วยกันแก้ปัญหา เสียดายที่ผมพึ่งมารู้เหมือนกัน
2.ความเจ็บปวดของการพยายามจะเป็น เป็นสิ่งที่ผมเห็นละพยายามแก้ไขมาตลอด ความเจ็บปวดนี้คือการที่เราซื้อของเกินตัวหรือซื้อมาเพื่อให้คนอื่นประทับใจเฉยๆ โดยที่ตัวเองไม่ได้ต้องการจริงๆ สำหรับผมคงเป็นแว่นที่เอามาใส่ตลอดเพราะผมคิดว่าใส่แล้วคนอื่นน่าจะชอบมากขึ้น ซึ่งมันไม่จริงเลย คนอื่นก็ยังคงไม่มองคุณอยู่ดี และผมก็รู้ตัวว่าผมชอบคิดว่าตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางจักรวาล คิดว่าคนนั้นมอง คนนั้นเปรียบเทียบเรา คนนั้นตัดสินการแต่งตัวเรา เขาอาจจะมองจริงๆแหละ แต่ไม่คิดหรอก ความเป็นจริงไม่มีใครสนใจเราหรอก เขาคิดแต่เรื่องของเขากันจะมามองเราทำไม
การซื้่อเสื้อแพงๆ รองเท้าแพงๆ หรือซื้อโทรศัพท์ใหม่ตลอด เพื่อสร้างความประทับใจ ไม่ใช่วิธีสร้างความประทับใจที่ถูกต้อง และไม่ใช่สิ่งที่วัดคุณค่าความเป็นมนุษย์เลย มันคือข้างในหรือมายเซตมากกว่า
3.ความเจ็บปวดของความจริง อันนี้เป็นความเจ็บปวดที่เราต้องยอมรับให้ได้ว่าสิ่งสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง อย่างเช่นการเรียนจบแล้วต้องไปทำงาน หรือการตื่นไปทำงาน การเลิกรา ความสูญเสีย ต่างๆ ทุกอย่างความเจ็บปวดจะทำให้เราโตขึ้นเรื่อยๆ และความเจ็บปวดที่น่ากลัวที่สุดคือการคิดไว้เสมอว่าเราต้องตาย สิ่งที่ทำมาจะสูญหายได้ในพลิบตา ไม่มีสวรรค์ ไม่มีนรก
การยอมรับความเจ็บปวดทุกข้อเหล่านี้ได้จะทำให้คุณก้าวหน้าและมูฟออนได้ดีมากๆ ไม่ยึดติดกับอะไรสักอย่าง มันจะทำให้เราเหมือนอยากช่วยเหลือคนอื่นไปด้วยแบบแปลกๆดี ปกติผมเป็น introvert ไม่ค่อยพูดกับคนอื่นเท่าไหร่ มีวันนึงผมไปยิมแล้วเจอพี่คนนึงเขาเหมือนลืมรหัสตู้ล้อกเกอร์ ผมก็ลังเลว่าจะช่วยดีปะวะ หรือปล่อยผ่านไปเลย แต่ผมก็คิดกับตัวเองว่าถ้ากลับไปผมจะเสียใจไหมที่ไม่ได้ช่วยเขาหา ผมตอบกลับตัวเองว่าเสียใจ ผมเลยไปช่วยเขา แต่โชคดีเขาเจอตู้พอดี 555 หรือแค่เจอของตกก็เรียกเขากลับมาเก็บ หรือบริจาคเงินให้เด็ก การเห็นเขาขอบคุณเรามันทำให้ผมรู้สึกดีอยู่นะ แบบกลับบ้านมาไม่มีอะไรค้างคาอ่ะ
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคุณจะผ่านอะไรมามากมาย คุณก็ยังเป็นตัวคุณเอง จงรักตัวเองให้มากๆ ขอบคุณครับ


