กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในผืนป่าอันกว้างใหญ่ มีจระเข้ตัวหนึ่งลืมตาดูโลกขึ้นมาพร้อมกับผิวหนังสีชมพูสว่างสดใส สีสันที่ผิดแปลกไปจากพวกพ้องทำให้มันกลายเป็นตัวประหลาด ไม่มีฝูงใดต้อนรับ และไม่อาจหลบซ่อนตัวในพงหญ้าหรือใต้ผิวน้ำเพื่อล่าเหยื่อได้ สัตว์ทุกตัวต่างมองเห็นมันแต่ไกลและพากันวิ่งหนี มันเคยพยายามเอาโคลนหนามาพอกทั่วร่างเพื่อซ่อนสีผิวที่ตนเกลียดชัง แต่สายฝนและสายน้ำก็ชะล้างความจริงนั้นออกไปเสมอ จระเข้จึงต้องทนหิว ร่างกายซูบผอมจนแทบหมดเรี่ยวแรง และนอนรอวันตายด้วยความโดดเดี่ยว
จนกระทั่งบ่ายวันหนึ่ง นกน้อยปีกพิการตัวหนึ่งได้ร่วงหล่นลงมานอนข้างกายมัน เจ้านกไม่อาจกางปีกบินสู่ท้องฟ้ากว้างเหมือนนกตัวอื่น และต้องเผชิญกับความเดียวดายบนพื้นดินเช่นเดียวกัน เมื่อสิ่งมีชีวิตที่ถูกธรรมชาติปฏิเสธสองตัวได้สบตากัน ความเข้าอกเข้าใจอันไร้คำพูดก็ก่อตัวขึ้น นกน้อยไม่เคยหวาดกลัวสีชมพูของจระเข้ ส่วนจระเข้ก็ไม่เคยคิดทำร้ายร่างเล็กที่เปราะบาง
ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนแท้ที่ไม่อาจพรากจากกัน ในยามค่ำคืน พวกมันจะนอนเคียงข้างมองดูดวงดาวบนฟากฟ้า จระเข้เล่าถึงความฝันที่อยากมีผิวสีเขียวกลมกลืนกับผืนน้ำ ส่วนนกน้อยก็เล่าถึงสายลมบนยอดไม้ที่ตนไม่มีวันได้สัมผัส ทุกวัน นกน้อยจะออกเดินทางต้วมเตี้ยมไปเก็บเมล็ดพืช แมลงตัวเล็กๆ และผลไม้ป่ามาป้อนให้เพื่อนตัวโต แม้มันจะไม่อาจทำให้จระเข้อิ่มท้องได้ แต่มันกลับหล่อเลี้ยงหัวใจที่แห้งเหี่ยวให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ทว่า กาลเวลาไม่ได้ใจดีกับผู้ที่อ่อนแอ วันหนึ่งเจ้านกรู้สึกได้ว่าร่างกายของมันกำลังหมดพลัง ลมหายใจแผ่วเบาลงทุกขณะ และเมื่อหันไปมองจระเข้ที่ผอมโซจนเห็นกระดูกเพราะขาดอาหารมาเนิ่นนาน เจ้านกน้อยก็ตระหนักว่า หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ทั้งคู่จะต้องตายไปด้วยกันในไม่ช้า
ในค่ำคืนอันเงียบสงัด ขณะที่จระเข้กำลังหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลีย เจ้านกน้อยมองใบหน้าของเพื่อนรักเป็นครั้งสุดท้าย มันเอ่ยคำลาและขอบคุณเบาๆ ต่อสายลม ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปในปากที่อ้ากว้างของจระเข้ ทอดร่างของตนลงเป็นอาหารมื้อสุดท้าย เพื่อแลกกับลมหายใจและอนาคตของเพื่อนเพียงคนเดียว
เมื่อแสงตะวันยามเช้าสาดส่อง จระเข้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกอิ่มท้องอันน่าประหลาดใจ แต่ข้างกายกลับว่างเปล่า มันพยายามลากสังขารออกตามหาเพื่อนรักรอบผืนป่า ร้องเรียกจนสุดเสียง แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จนกระทั่งมันก้มลงมองเงาสะท้อนในแอ่งน้ำ และสังเกตเห็นเศษขนนกสีคุ้นตาติดอยู่ที่มุมปากของตนเอง
วินาทีนั้น จระเข้ทรุดตัวลงร่ำไห้อย่างบ้าคลั่ง มันไม่ได้ต้องการมีชีวิตรอดหากต้องแลกด้วยชีวิตของเพื่อนมัน หยาดน้ำตาแห่งความรู้สึกผิดและความอาลัยไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย หยดแล้วหยดเล่าที่ร่วงลงสู่ผืนดินแห้งแล้งได้ค่อยๆ กัดเซาะและเอ่อล้น ท่วมท้นจนแปรเปลี่ยนผืนป่ารกร้างให้กลายเป็นทะเลสาบกว้างใหญ่ ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของจระเข้จะดับลงเคียงข้างความทรงจำของเจ้านก
หลายสิบปีผ่านไป ผืนดินรอบทะเลสาบกลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา เหล่าฝูงสัตว์และนกนานาชนิดพากันมาพึ่งพิงอาศัยและดื่มกินน้ำอันใสสะอาด โดยไม่มีสิ่งมีชีวิตใดรู้เลยว่า ผืนน้ำสีครามที่สะท้อนแสงอาทิตย์อัสดงเป็นประกายสีชมพูระเรื่อนั้น ถือกำเนิดขึ้นจากหยาดน้ำตาและมิตรภาพอันเป็นนิรันดร์ของจระเข้และนกน้อยคู่นั้น
- Akinari Kamiki, P3R


